ข่าววันนี้

ก.ล.ต.สั่ง บล.เอเชีย เวลท์ ระงับดำเนินธุรกิจทุกประเภท!

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) สั่งให้ บล.เอเชีย เวลท์ ระงับการดำเนินธุรกิจทุกประเภท และโอนทรัพย์สินลูกค้าไปยังผู้ประกอบการรายอื่น เนื่องจากไม่สามารถดำรงเงินกองทุนได้ตามกฎหมายกำหนด ก.ล.ต.ระบุว่า บล.เอเชีย เวลท์ ไม่สามารถดำรงเงินกองทุนสภาพคล่องสุทธิ (Net Capital: NC)

ได้ตามที่กฎหมายกำหนด โดยมีเงินกองทุนต่ำกว่า 0 ติดต่อกันเกิน 5 วันทำการ นับตั้งแต่วันที่ 14 พ.ย.65 ซึ่งตามประกาศสำนักงาน ก.ล.ต. ที่ สธ. 64/2563 เรื่อง การคำนวณและการรายงานการคำนวณเงินกองทุนของผู้ประกอบธุรกิจและข้อกำหนดในกรณีที่ไม่สามารถดำรงเงินกองทุนได้

บล.เอเชีย เวลท์ ต้องดำเนินการตามที่กำหนดในประกาศ ดังนี้

(1) ระงับการดำเนินธุรกิจทุกประเภทจนกว่าจะสามารถดำรงเงินกองทุนได้และได้รับอนุญาตจาก ก.ล.ต. ให้ดำเนินธุรกิจได้ตามปกติ เว้นแต่เข้ากรณียกเว้นตามที่ประกาศกำหนด เช่น เป็นการทำธุรกรรมป้องกันความเสี่ยงโดยรวมในเงินลงทุนของบริษัทหรือการดำเนินการตามภาระผูกพันที่ค้างอยู่ หรือการดำเนินการตามความจำเป็นและสมควรเพื่อป้องกันมิให้มูลค่าทรัพย์สินของลูกค้าได้รับความเสียหาย เช่น การล้างฐานะสัญญาซื้อขายล่วงหน้าตามคำสั่งของลูกค้า หรือเพื่อเปลี่ยนตราสารที่ครบกำหนดไถ่ถอนกับผู้ออกตราสารดังกล่าว เป็นต้น

(2) ล้างฐานะสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่มีไว้เพื่อตนเอง เว้นแต่เป็นกรณีที่มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ป้องกันความเสี่ยง

(3) โอนทรัพย์สินของลูกค้าในบัญชีเงินสดไปยังผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์อื่นเพื่อการเก็บรักษาทรัพย์สินของลูกค้า และโอนทรัพย์สินและฐานะสัญญาซื้อขายล่วงหน้าของลูกค้าไปยังผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้ารายอื่นตามที่ลูกค้าแจ้งความประสงค์ไว้ ให้แล้วเสร็จภายใน 10 วันทำการ นับตั้งแต่วันที่ 21 พฤศจิกายน 2565

(4) แจ้งให้ลูกค้าทราบเป็นลายลักษณ์อักษรถึงการดำเนินการที่เกี่ยวข้องข้างต้นโดยไม่ชักช้า หากมีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นจากการดำเนินการตามข้อ (3) ให้บริษัทเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายนั้น

ทั้งนี้ ก.ล.ต. ให้ความสำคัญในการติดตามฐานะการเงินและสภาพคล่องของผู้ประกอบธุรกิจ เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ประกอบธุรกิจได้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด

ราคาทองวันนี้ 21พฤศจิกายน65 ครั้งที่ 1 ยังนิ่ง ตัดสินใจให้ดี

ราคาทองคำ

ราคาทองวันนี้ เป็นอย่างไรกันบ้าง มาดูกานอัปเดตกัน ราคาทอง ราคาทองคำ ประจำวันพุธที่ 21 พฤศจิกายน 2565 เวลา 09:23 น. ครั้งที่ 1 ราคาทองคงที่

ราคาทองคำแท่ง รับซื้อบาทละ 29,700.00 บาท ขายออกบาทละ 29,800.00 บาท

ราคาทองรูปพรรณ รับซื้อบาทละ 29,167.84 บาท ขายออกบาทละ 30,300.00 บาท

แนวโน้มราคาทองคำคาดเคลื่อนไหว Sideways

แนวโน้มราคาทองคำ

บทวิเคราะห์ราคาทอง บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด รายงานว่า ราคาทองคำ Spot เมื่อวานที่ผ่านมาปรับตัวลงจากระดับสูงสุดในรอบ 3 เดือน โดยได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐและการปรับตัวลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ ภายหลังจากเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้สนับสนุนการปรับขึ้น

อัตราดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ โดยประธานเฟดสาขาเซนต์หลุยส์ชี้ถึงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในขณะนี้ ยังไม่ได้อยู่ในช่วงที่มีความเข้มงวดเพียงพอ ขณะที่ประธานเฟด สาขาแคนซัส ซิตี้ชี้ว่าเฟดอาจจะต้องทำให้เศรษฐกิจหดตัวลงเพื่อให้เงินเฟ้อชะลอตัว ทางด้าน SPDR Gold Trust ถือครองทองคำเท่าเดิมจากเมื่อวาน

คืนนี้สหรัฐจะเปิดเผยยอดขายบ้านมือสองเดือนต.ค. ตลาดคาดว่าจะลดลงสู่ระดับ 4.41 ล้านยูนิต จาก 4.71 ล้านยูนิตในเดือนก.ย. และดัชนีชี้นำภาวะเศรษฐกิจเดือนต.ค. โดย conference Board ตลาดคาดว่าจะลดลง 0.4% จากที่ลดลง 0.4% ในเดือน ก.ย.

แนวโน้มราคาทองคำ Spot คาดเคลื่อนไหว Sideways ราคาทองตลาดโลก แนวรับ 1,750 และ 1,740 ดอลลาร์ แนวต้าน 1,770 และ 1,780 ดอลลาร์ ราคาทองคำแท่ง 96.5% แนวรับ 29,800 และ 29,700 บาท แนวต้าน 30,000 และ 30,100 บาท

“จุรินทร์” ดันส่งออกกล้วย ไปญี่ปุ่นอีก 5,000 ตัน

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ แถลงภายหลังการหารือทวิภาคีกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจการค้าและอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น หรือ MITI ที่ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิต์ ว่า ประเด็นที่ญี่ปุ่นหยิบยกมาหารือ มี 3 ประเด็น

ประเด็นแรกเป็นโครงการญี่ปุ่นจัดขึ้นเพื่อฉลองความสัมพันธ์นี้ครบรอบ 50 ปีระหว่างญี่ปุ่นกับอาซียน มีนโยบายที่เรียกว่า Co-create Vision จับมือกับอาเซียนสร้างเครือข่ายทั้งภาคเอกชนและภาครัฐ โดยแบ่งเป็น 3 ส่วน

1. การสร้างเครือข่าย 100 เครือข่ายระหว่างเอกชนญี่ปุ่นกับเอกชนของอาเซียนจับคู่กัน เช่น ร่วมลงทุนซื้อขายสินค้าบริการด้วยกันหรือจับคู่ทางธุรกิจอื่นเป็นต้น
2. การจับคู่ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับซัพพลายเชน การทำงานด้านการผลิตสินค้าและบริการร่วมกัน โดยใช้ซัพพลายเชน วัตถุดิบ การแปรรูประหว่างกันทั้งญี่ปุ่นทั้งอาเซียนให้ได้ 100 เคส
3. โครงการการร่วมกันระหว่างญี่ปุ่นกับอาเซียนแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม 100 เคส เช่น BCG หรือ Green Economy ซึ่งตนตอบรับด้วยความยินดี โดยทางญี่ปุ่นแจ้งให้ทราบว่าเตรียมงบประมาณ 8,000 ล้านเยน หรือ ประมาณ 2,100 ล้านบาท

ประเด็นที่สอง ญี่ปุ่นหยิบยกกรณี RCEP ซึ่งปัจจุบันมีสมาชิก 15 ประเทศ จับมือสร้างความเข้มแข็งให้กับ RCEP ซึ่งตอนที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพตนมีส่วนสำคัญในการเป็นประธานรัฐมนตรีเศรษฐกิจ RCEP จนนำไปสู่ข้อสรุป นำไปสู่การให้สัตยาบันแล้ว เริ่มต้นได้ในวันนี้ พร้อมตอบรับญี่ปุ่นในการขับเคลื่อน RCEP ให้มีความเข้มแข็งต่อไป เพราะถือว่าเป็น FTA ที่ใหญ่ที่สุดในโลกในปัจจุบัน

ประเด็นที่สาม กรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจอินโด-แปซิฟิกหรือ IPEF (Indo-Pacific Economic Framework) ปัจจุบันสมาชิกมี 14 ประเทศ ขอให้ช่วยกันขับเคลื่อนให้มีการเดินหน้าต่อไป ซึ่งตนตอบรับเพราะร่วมในการเริ่มต้นก่อตั้งกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจอินโด-แปซิฟิก ตอนประกาศจัดตั้งที่โตเกียวเมื่อเดือนพฤษภาคมปีนี้

ขณะที่ไทย ได้หยิบยกมาหารือ 2 ประเด็นประเด็นที่หนึ่ง คือความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่น ที่เรียกว่า JTEPA ที่ญี่ปุ่นให้โควตาส่งออกกล้วยของไทยไปญี่ปุ่นปีละ 8,000 ตัน ที่ผ่านมาเราใช้ประโยชน์ได้แค่ 3,000 ตัน ยังขาดอยู่อีก 5,000 ตัน ที่ยังใช้โควตานี้ไม่หมดเพราะเกิดปัญหาอุปสรรค ของภาคการผลิตให้เป็นไปตามมาตรฐานข้อกำหนดค่อนข้างซับซ้อน

โดยได้ขอความร่วมมือทาง MITI ช่วยบริหารจัดการให้ JETRO เข้ามามีบทบาทให้ข้อมูลให้ความรู้ทั้งกฎเกณฑ์กติกาวิชาการและแอพพลิเคชั่นต่างๆให้เกษตรกรของไทยด้วย ทำให้เกษตรกรได้ใช้โควตาให้ครบอีก 5,000 ตันต่อไป สร้างรายได้ให้ประเทศและรายได้ให้เกษตรกรผู้ปลูกกล้วยของไทยต่อไป และประเด็นที่สองคือขอให้สนับสนุนให้ภูเก็ตเป็นเจ้าภาพจัด Specialized Expo 2028 ด้วย ซึ่งญี่ปุ่นรับไปพิจารณาแล้ว

APEC 2022 นายกฯ ชี้รัฐ-เอกชน เป็นหัวใจสำคัญการเติบโต

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวปาฐกถาในพิธีเปิดการประชุม APEC CEO Summit ตามคำเชิญของสภาที่ปรึกษาทางธุรกิจเอเปค (APEC Business Advisory Council: ABAC) โดยภายหลังเสร็จสิ้นพิธี นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยสาระสำคัญ ดังนี้

APEC CEO Summit เป็นหนึ่งในการรวมตัวของภาคธุรกิจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในภูมิภาค และเป็นการกลับมาอีกครั้งของการประชุมในรูปแบบพบหน้า ถือเป็นการส่งสัญญาณบวกให้แก่ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก สะท้อนให้เห็นว่า ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกพร้อมเดินหน้าทำธุรกิจอย่างเต็มที่อีกครั้ง ซึ่งเป็นโอกาสให้ฟื้นฟูความเชื่อมโยง รื้อฟื้นความสัมพันธ์ และสาน

ต่อความร่วมมือระหว่างกัน สำหรับประเด็นสำคัญของเอเปคปีนี้ ซึ่งอยู่บนแนวคิดเศรษฐกิจ BCG ที่ไทยนำมาเป็นแผนแม่บทสำหรับการพัฒนาและการเติบโต ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อสร้างคุณค่า เพิ่มประสิทธิภาพในการใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่า และส่งเสริมความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม

ทั้งนี้ ไทยยังตระหนักว่าความท้าทายที่ประสบอยู่เป็นเรื่องที่เชื่อมโยงและคาบเกี่ยวกัน ดังนั้น นายกรัฐมนตรีได้เสนอแนวทางความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคธุรกิจ ดังนี้

ประเด็นแรก การส่งเสริมความยั่งยืน นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงความท้าทายทางสิ่งแวดล้อมที่มีความรุนแรงมากขึ้น รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิโลกและสภาพภูมิอากาศที่ล้วนส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ จึงจำเป็นต้องร่วมมือกันเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยไทยได้กำหนดให้ความยั่งยืนเป็นวาระสำคัญสูงสุดของเอเปคในปีนี้ และมุ่งมั่นที่จะนำ

เศรษฐกิจ BCG มาขับเคลื่อนการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยืดหยุ่นในระยะยาว ควบคู่ไปกับการส่งเสริมความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อมอย่างครอบคลุม พร้อมทั้งหาหนทางที่เหมาะสมให้ธุรกิจยังสามารถมีผลกำไร นายกรัฐมนตรีเชื่อมั่นว่า ทุกคนสามารถร่วมมือกันได้เพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อมและพัฒนาการดำเนินธุรกิจที่ยั่งยืนมากขึ้น ความร่วมมือที่เข้มแข็ง

และความมุ่งมั่นจากทุกภาคส่วน ทั้งนี้ ไทยกำลังสร้างสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เอื้ออำนวยแก่ภาคเอกชน เพื่อส่งเสริมการลดของเสีย และการปล่อยก๊าซมลพิษ การค้าและการลงทุนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม นวัตกรรมที่สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ และพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ไปพร้อมกัน นอกจากนี้ ไทยกำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่

พลังงานสะอาดเพื่อบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน ภายในปี ค.ศ. 2050 และบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ภายในปี ค.ศ. 2065 และกำลังเร่งพัฒนาระบบนิเวศเปลี่ยนผ่านไปสู่อุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานไฟฟ้า ซึ่งไทยหวังว่าจะได้ร่วมมือกับทุกฝ่ายต่อไป

ประเด็นที่สอง การเจริญเติบโตที่ครอบคลุม ทุกฝ่ายสามารถร่วมมือกันและต้องมั่นใจว่าจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังในเส้นทางการพัฒนา ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดเศรษฐกิจ BCG ที่ผลักดันให้มองไกลไปกว่าการสร้างผลกำไร และหันมาให้ความสำคัญกับการทำธุรกิจที่สมดุล ครอบคลุม และยั่งยืน เป็นประโยชน์ต่อทุกระดับในภูมิภาค โดยเอเปคผลักดันให้มี

การปฏิรูปทางโครงสร้างและมาตรการที่จำเป็น และขจัดอุปสรรคของการทำธุรกิจ ทั้งการปฏิรูปกฎระเบียบภายใน การส่งเสริมบรรยากาศของการดำเนินธุรกิจและการลงทุน การช่วยเหลือ MSMEs การดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ และเอื้อต่อการเข้าถึงแหล่งเงินทุน เทคโนโลยีดิจิทัล และปัจจัยสนับสนุนอื่น ๆ

ประเด็นที่สาม การมุ่งไปสู่ดิจิทัล นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เศรษฐกิจดิจิทัลเป็นมิติใหม่ของการสร้างอาชีพ และการเจริญเติบโตในภูมิภาค เอเปคจึงเน้นให้การมุ่งไปสู่ดิจิทัลเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญในปีนี้ เพราะจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพสร้างโอกาสสำหรับธุรกิจทั้งในและนอกภูมิภาค โดยร่วมมือกันเพื่อใช้ประโยชน์จากศักยภาพของการเปลี่ยนผ่านไปสู่ดิจิทัล ซึ่งจะเป็นตัวเร่งทางเศรษฐกิจที่สำคัญท่ามกลางการฟื้นตัวจากผลกระทบของโรคระบาด และส่งผลต่อการพัฒนาของภูมิภาคในระยะยาว

เราเที่ยวด้วยกันเฟส 5 ททท. จ่อชงเข้า ครม. พิจารณา 28 พฤศจิกายนนี้

เราเที่ยวด้วยกัน เฟส5

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ระบุ ททท. จะเสนอโครงการเราเที่ยวด้วยกันเฟส 5 ตามมาตรการของขวัญปีใหม่ จำนวน 2 ล้านสิทธิ วงเงิน 7,200 ล้านบาท โดยพิจารณาจากต้นทุนค่าใช้จ่าย 3,600 บาทต่อคน โดยให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาพิจารณาในวันที่ 22 พ.ย. 65 ก่อนนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุม ครม. ในวันที่ 28 พ.ย. 65 เป็นลำดับถัดไป

สำหรับเงื่อนไขเราเที่ยวด้วยกันเฟส 5 มีดังนี้

  • ใช้สำหรับค่าที่พัก และคูปองใช้จ่าย
  • มอบส่วนลดที่พัก 40% สูงสุดไม่เกิน 3,000 บาทต่อคืนต่อห้อง
  • ใช้สิทธิได้ไม่เกิน 10 ห้องหรือคืนต่อคน
  • คูปองอิเล็กทรอนิกส์ (Voucher) สำหรับจ่ายค่าอาหารและท่องเที่ยว มอบส่วนลด 40% สูงสุดไม่เกิน 600 บาทต่อห้องต่อวัน
  • สิทธิขอคืนเงินค่าตั๋วเครื่องบินที่เคยให้ในเราเที่ยวด้วยกันเฟส 1-เฟส 4 ส่วนขยายจะถูกตัดออกไป ไม่มีในโครงการเราเที่ยวด้วยกันเฟส 5

ส่วนระยะเวลาดำเนินโครงการเราเที่ยวด้วยกันเฟส 5 จะอยู่ที่ 6 เดือน ส่วนจะเริ่มเมื่อไหร่นั้นขึ้นอยู่กับการพิจารณาของ ครม. หากเริ่มในเดือน ม.ค. 66 จะสิ้นสุดในเดือน มิ.ย. 66 เพื่อให้ครอบคลุมกับวันหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ เพื่อกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวคนไทยเที่ยวและใช้จ่ายภายในประเทศ

พร้อมกันนี้ ททท. ยังคาดว่าโครงการเราเที่ยวด้วยกันเฟส 5 จะทำให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจไม่น้อยกว่า 18,000 ล้านบาท อีกทั้งยังสนับสนุนการฟื้นตัวของผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในประเทศอีกด้วย

แนวโน้มราคาทองคำคาดเคลื่อนไหว Sideways up

แนวโน้มราคาทองคำ

บทวิเคราะห์ราคาทอง บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด รายงานว่า ราคาทองคำ Spot เมื่อคืนที่ผ่านมาปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง โดยได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ภายหลังการเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ปรับตัวขึ้น 8% ในเดือนต.ค. เมื่อเทียบรายปี ซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 8.3% ทั้งนี้การชะลอตัวลงของ

เงินเฟ้อ ส่งผลต่อการคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยนักลงทุนคาดว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.50% ในการประชุมวันที่ 13-14 ธ.ค. ทางด้าน SPDR Gold Trust ขายทองคำสุทธิ 5.79 ตันจากเมื่อวาน คืนนี้สหรัฐจะเปิดเผยยอดค้าปลีกเดือนต.ค. ตลาดคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 1.0% จาก 0.0% ในเดือนกันยายน

นอกจากนี้ติดตามการแถลงของประธาน ECB และการประชุม G20 ขณะที่แนวโน้มราคาทองคำ Spot คาดเคลื่อนไหว Sideways up ราคาทองตลาดโลก แนวรับ 1,770 และ 1,760 ดอลลาร์ แนวต้าน 1,790 และ 1,800 ดอลลาร์ ส่วนราคาทองคำแท่ง 96.5% แนวรับ 29,800 และ 29,700 บาท แนวต้าน 30,100 และ 30,200 บาท

คมนาคม ไฟเขียวขึ้นค่าแท็กซี่ เริ่มต้น 40 บาท รถติดนาทีละ 3 บาท

ขึ้นค่าโดยสารแท็กซี่ขนาดใหญ่

นายวิรัช พิมพะนิตย์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วย นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก ได้ประชุมหารรือร่วมกับผู้แทน 4 สมาคมแท็กซี่ เกี่ยวกับการขอปรับขึ้นค่าโดยสารรถแท็กซี่มิเตอร์ให้สอดคล้องกับต้นทุน และค่าครองชีพในปัจจุบัน โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบแนวทางการปรับขึ้นค่าแท็กซี่ตามที่กรมการขนส่งทางบก และสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) เสนอเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของทุกฝ่าย

ระยะทาง 1 กิโลเมตรแรก

  • รถเล็ก (เครื่องยนต์ 1,600-1,800 ซีซี) ราคา 35 บาท
  • รถใหญ่ (เครื่องยนต์ 2,000 ซีซี) 40 บาท

ระยะทาง 2-10 กิโลเมตร

  • รถเล็ก / รถใหญ่ กิโลเมตรละ 6.5 บาท

ระยะทาง 11-20 กิโลเมตร

  • รถเล็ก / รถใหญ่ กิโลเมตรละ 7 บาท

ระยะทาง 21-40 กิโลเมตร

  • รถเล็ก / รถใหญ่ กิโลเมตรละ 8 บาท

ระยะทางเกินกว่า 41-60 กิโลเมตร

  • รถเล็ก / รถใหญ่ กิโลเมตรละ 8.5 บาท

ระยะทาง 61-80 กิโลเมตร

  • รถเล็ก / รถใหญ่ กิโลเมตรละ 9 บาท

ระยะทาง 81 กิโลเมตรขึ้นไป

  • รถเล็ก / รถใหญ่ กิโลเมตรละ 10.5 บาท

ค่ารถติด กรณีรถเคลื่อนที่ได้ช้ากว่า 6 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

  • รถเล็ก / รถใหญ่ 3 บาทต่อนาที

แนวโน้มราคาทองคำผันผวนตามผลการเลือกตั้งสหรัฐ!

แนวโน้มราคาทองคำ

ทองคำปรับขึ้นเหนือระดับ 1,700 ดอลลาร์ คืนนี้สหรัฐไม่มีการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญ บทวิเคราะห์ราคาทอง บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด รายงานว่า ราคาทองคำ Spot เมื่อคืนที่ผ่านมาปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรงเหนือระดับ 1,700 ดอลลาร์ เนื่องจากได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ จากการคาดการณ์ชัยชนะของ

พรรครีพับลิกันในการเลือกตั้งกลางเทอม จะทำให้เฟดชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยทั้งนี้นักลงทุนยังคงติดตามผลการเลือกตั้งกลางเทอมในวันนี้ ขณะที่นักวิเคราะห์จาก Barrenjoey ชี้ว่าหากพรรครีพับลิกันครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐหรือรวมทั้งวุฒิสภา ก็จะทำให้ประธานาธิบดีโจ ไบเดนประสบความยากลำบากในการผลักดันมาตรการกระตุ้นทางการคลัง ซึ่งจะทำให้เฟดสามารถผ่อนคันเร่งการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ทางด้าน SPDR Gold Trust ซื้อทองคำสุทธิ 2.9 ตันจากเมื่อวาน

คืนนี้สหรัฐไม่มีการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญ ส่วนแนวโน้มราคาทองคำ Spot คาดเคลื่อนไหวผันผวนตามผลการเลือกตั้ง ราคาทองตลาดโลกแนวรับ 1,700 และ 1,680 ดอลลาร์ แนวต้าน 1,720 และ 1,730 ดอลลาร์ ขณะที่ราคาทองคำแท่ง 96.5% แนวรับ 29,800 และ 29,600 บาท แนวต้าน 30,050 และ 30,200 บาท

เข้าบัญชีวันนี้! เงินอุดหนุนบุตรเดือนพฤศจิกายน 2565 โอนเข้า 600 บาท

เงินอุดหนุนบุตร

เงินอุดหนุนบุตร เดือนพฤศจิกายน 2565 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เผย เงินอุดหนุนเด็ก 600 บาท ออกวันจันทร์ที่ 10 พฤศจิกายน 2565 นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเกี่ยวกับเงินอุดหนุนบุตร เดือนพฤศจิกายน 2565 โดยมีรายละเอียดดังนี้

เงินอุดหนุนบุตร เดือนพฤศจิกายน 2565

  • เงินออกวันที่ 10 พฤศจิกายน 2565 / (600 บาทต่อเดือน)
  • ส่งคำขอเงินอุดหนุนเด็ก จำนวน 2,325,533 ราย
  • เป็นจำนวนเงิน 1,461,803,000 บาท