ข่าวธุรกิจ

เปิดแฟรนไชส์อเมซอน cafe amazon ต้องจ่ายกี่บาท มาดูกัน!

เปิดแฟรนไชส์อเมซอน cafe amazon ต้องจ่ายกี่บาท มาดูกัน!

แฟรนไชส์อเมซอน ถือเป็นหนึ่งในแฟรนไชส์สัญชาติไทยที่จำหน่ายเครื่องดื่ม และขนมตั้งอยู่ในปั๊มน้ำมันเครือข่าย ปตท. ที่สำคัญยังเป็นแฟรนไชส์ที่หาได้ง่ายอีกด้วย ไม่ว่าจะอยู่ตามตึกออฟฟิศ สถานที่ท่องเที่ยว จุดแวะพักรถ และอื่นๆ อีกมากมาย อยากรู้หรือเปล่า หากต้องการเป็นเจ้าของแฟรนไชส์อเมซอน Amazon จะต้องใช้เงินลงทุนเท่าไหร่ เรามีข้อมูลดีๆ จาก cafe amazon มาฝากกัน

เงินลงทุนก่อสร้างร้าน อุปกรณ์ภายในร้าน และค่าสิทธิแฟรนไชส์อเมซอน

รูปแบบในอาคาร (Shop)

  • ขนาดพื้นที่ 40 ตารางเมตรขึ้นไป
  • ค่าก่อสร้าง, งานตกแต่ง, งานระบบ 1,200,000-2,500,000 บาท
  • คาออกแบบ 80,000-120,000 บาท
  • อุปกรณ์ภายในร้าน 779,000 บาท
  • ค่าประกันแบรนด์ 100,000 บาท
  • ค่าดำเนินการก่อนเปิดร้าน**  80,000 บาท
  • ค่า Franchise Fee 150,000 บาท
  • รวม (ไม่รวม VAT)* 2,389,000-3,729,000 บาท
  • ค่า Royalty Fee + ค่า Marketing Fee 3%+3% ของยอดขายรายเดือน
  • ค่าเช่าเครื่อง Point of Sale (POS) 24,000 บาทต่อปี
  • อายุสัญญา 6 ปี (Renovate ร้านทุก 3 ปี)

รูปแบบนอกอาคาร (Stand Alone)

  • ขนาดพื้นที่ 100-200 ตารางเมตรขึ้นไป (รวมสวนหย่อม)
  • ค่าก่อสร้าง, งานตกแต่ง, งานระบบ 1,500,000-3,000,000 บาท
  • ค่าออกแบบ 80,000-120,000 บาท
  • อุปกรณ์ภายในร้าน 779,000 บาท
  • ค่าประกันแบรนด์ 100,000 บาท
  • ค่าดำเนินการก่อนเปิดร้าน** 80,000 บาท
  • ค่า Franchise Fee 150,000 บาท
  • รวม (ไม่รวม VAT)* 2,689,000-4,229,000 บาท
  • ค่า Royalty Fee + ค่า Marketing Fee 3%+3% ของยอดขายรายเดือน
  • ค่าเช่าเครื่อง Point of Sale (POS) 24,000 บาทต่อปี
  • อายุสัญญา 6 ปี (Renovate ร้านทุก 3 ปี)

คุณสมบัติของผู้ได้รับสิทธิแฟรนไชส์ อเมซอน คาเฟ่

  1. ต้องมีสถานะเป็นนิติบุคคลเท่านั้น
  2. ต้องมีความพร้อมด้านการลงทุน เงินทุนหมุนเวียน และบุคลากรประจำร้านกาแฟ
  3. ต้องเข้ารับการอบรมในหลักสูตรที่ ปตท. กำหนด และผ่านการทดสอบของ ปตท.
  4. เข้าใจระบบแฟรนไชส์ และสามารถปฏิบัติตามหลักเกณพ์ เงื่อนไข และมาตรฐานที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด
  5. มีความเข้าใจ และรักในงานบริการ

ขั้นตอนการเปิดร้านกาแฟ Café Amazon

  1. ผู้สนใจลงทุนเป็นผู้เสนอพื้นที่มาให้ ปตท. พิจารณา ทั้งนี้ ห้ามมิให้ผู้สนใจลงทนเข้าทำสัญญาจองหรือสัญญาเช่าพื้นที่กับเจ้าของพื้นที่ ก่อนที่ ปตท. จะอนุมัติให้สิทธิแฟรนไชส์แก่ผู้ลงทุนหากเกิดความเสียหายใดๆ ปตท. จะไม่รับผิดชอบค่าเสียหายใดๆ จากการนั้น
  2. ดำเนินการกรอกข้อมูลเข้าร่วมธุรกิจแฟรนไชส์ร้านกาแฟ Café Amazon นอกสถานีบริการ ใน E-Form ได้ที่เว็บไซต์ www.cafe-amazon.com หมวดแฟรนไชส์
  3. ขั้นตอนการพิจารณาจะใช้เวลาประมาณ 45 วัน นับตั้งแต่ ปตท. ได้รับเอกสารครบถ้วน จากผู้สนใจลงทุน หลังจากนั้น ปตท. จะแจ้งผลการพิจารณาพื้นที่ไปยังผู้สนใจลงทุนทาง E-mail ตามที่ระบุไว้ใน E-Form ในรกรณีที่ผลการพิจารณาทำเล “ผ่าน” ปตท. จะนัดสัมภาษณ์ และหากผลการสัมภาษณ์ผ่าน ปตท. จะแจ้งรายละเอียดของเอกสาร/หลักฐานที่จะต้องจัดเตรียมเพื่อใช้ในการทำสัญญาแฟรนไชส์ให้กับผู้ที่ได้รับสิทธิฯ ทราบ
  4. ผู้ได้รับสิทธิแฟรนไชส์จะต้องเข้าทำสัญญาให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับอนุมัติสิทธิแฟรนไชส์ หากไม่ดำเนินการให้แล้วเสร็จตามระยะเวลาที่กำหนด ปตท. จะถือว่าสละสิทธิ ทั้งนี้ ปตท. ขอแจ้งให้ทราบว่าสิทธิดังกล่าวเป็นสิทธิเฉพาะตัวไม่สามารถโอนให้กับผู้อื่นได้ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน เว้นแต่จะได้รับความเห็นชอบจาก ปตท. เป็นลายลักษณ์อักษรก่อน
  5. ผู้ได้รับสิทธิแฟรนไชส์จะต้องเป็นผู้ลงทุนก่อสร้าง ตกแต่งอาคาร และชำระเงินค่าวัตถุดิบ และอุปกรณ์ที่ใช้ภายในร้านตามรายการที่ ปตท. กำไหนด พร้อมทั้งชำระค่าธรรมเนียม และค่าใช้จ่ายตามที่ ปตท. เรียกเก็บให้ครบถ้วนก่อนดำเนินการเปิดร้าน
  6. ผู้ได้รับสิทธิแฟรนไชส์ และผู้จัดการร้าน ต้องเข้ารับการอบรมล่งวหน้าก่อนดำเนินการเปิดร้าน 1 เดือน และต้องผ่านการทดสอบทั้งภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติให้เปิดดำเนินการ
  7. ร้านกาแฟ Cafe Amazon บริหารงานภายใต้ระบบแฟรนไชส์ ดังนั้น ผู้ได้รับสิทธิแฟรนไชส์ Cafe Amazon ต้องให้ความร่วมมือกับ ปตท. และปฏิยัติตามเงื่อนไขในสัญญาแฟรนไชส์อย่างเคร่งครัด

สิทธิประโยชน์สำหรับผู้ได้รับสิทธิแฟรนไชส์ Café Amazon

  • ออกแบบร้าน / เตรียมความพร้อมก่อนเปิดร้าน
  • อบรมการบริหารจัดการร้าน
  • สิทธิในการใช้ระบบ POs
  • สิทธิในการใช้แบรนด์, เครื่องหมายการค้า
  • การใช้สูตร / ซื้อวัตถุดิบ สินค้า Cafe Amazon
  • คู่มือการปฏิบัติการร้าน Cafe Amazon
  • จัดกิจกรรมทางการตลาด
  • ช่วยเหลือช่วงเปิดร้าน / ให้คำแนะนำ

เงินเดือนนายก “เศรษฐา ทวีสิน” นั่งควบนายกฯ-ขุนคลัง ได้เท่าไหร่มาดูกัน!

เงินเดือนนายก "เศรษฐา ทวีสิน" นั่งควบนายกฯ-ขุนคลัง ได้เท่าไหร่มาดูกัน!

หลังจากที่ ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศแต่งตั้งคณะรัฐมนตรี ระบุว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า ตามที่ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง นายเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกรัฐมนตรี ตามประกาศลงวันที่ 22 ส.ค. 66 อีกทั้ง นายเศรษฐา ทวีสิน ได้เลือกสรรผู้ที่สมควรดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีเพื่อบริหารราชการแผ่นดินสืบต่อไปแล้ว

โดยส่วนของ นายกเศรษฐา ทวีสิน ได้นั่งเก้าอี้ควบ 2 ตำแหน่ง คือ ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง สำหรับค่าตอบแทนของนายเศรษฐา ทวีสิน นั้น จากการตรวจสอบข้อมูลสิทธิประโยชน์ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 2556 ระบุว่า ข้าราชการการเมืองจะได้รับเงินเดือนและเงินประจำตัวแหน่งตามกฎหมายว่าด้วยเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่ง ซึ่งจากการตรวจสอบตามบัญชีอัตราตำแหน่ง เงินเดือน และเงินประจำตัวแหน่งข้าราชการการเมือง

เงินเดือนนายก

  • โดยตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ได้รับอัตราเงินเดือน 75,590 บาท อัตราเงินประจำตัวแหน่ง 50,000 บาท รวม 125,590 บาทต่อเดือน
  • ส่วนรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ได้รับอัตราเงินเดือน 73,240 บาท อัตราเงินประจำตำแหน่ง 42,500 บาท รวม 115,740 บาทต่อเดือน

เมื่อรวมเงินเดือนนายก ทั้ง 2 ตำแหน่ง ดังกล่าว คือ นายกฯ และรัฐมนตรีการคลัง เท่ากับว่า นายเศรษฐา ทวีสิน อาจจะได้รับค่าเหนื่อย เป็นวงเงินรวม 241,330 บาท

โอกาสมาแล้ว! เตรียมระดมทุนสู่การเติบโตทางธุรกิจ-เข้าตลาดหลักทรัพย์

โอกาสมาแล้ว! เตรียมระดมทุนสู่การเติบโตทางธุรกิจ-เข้าตลาดหลักทรัพย์

นายจิตรเทพ เนื่องจำนงค์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ บริษัท พรีแพร์ ฟอร์ ไอพีโอ จำกัด จัดกิจกรรมเตรียมความพร้อมให้กับผู้ประกอบการในการระดมทุนสู่การเติบโตทางธุรกิจ(DIPROM Capital Market) ซึ่งจัดโดยกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม จัดขึ้นเพื่อให้ความรู้กับผู้ประกอบการในการระดมทุนเพื่อเข้าจดทะเบียนใน

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ซึ่งผู้เข้าร่วมการอบรมจะได้พบกับสุดยอดผู้เชี่ยวชาญด้านการระดมทุนระดับประเทศ สำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีและสตาร์ทอัพ อาทิ นายกระทรวง จารุศิระ นักลงทุน ผู้ก่อตั้ง ซุปเปอร์เทรดเดอร์ นายปุณญวีร์ จันทรขจร ผู้ก่อตั้ง บลป. ควันตัม เว็ลธ์

ผู้เข้ารับการอบรมได้รับความรู้ทั้งในเรื่องเส้นทางสู่การระดมทุนเพื่อนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ แนวโน้มเศรษบกิจโลกปัจจุบันในการลงทุนของกองทุน การเตรียมตัวก่อนเข้าระดมทุนเพื่อเพิ่มศักยภาพของผู้ประกอบการ Crowdfunding ทางเลือกแหล่งเงินทุนของเอสเอ็มอี แนะนำแหล่งเงินทุนใหม่ๆ ของเอสเอ็มอี เช่น

Private Equity และ Venture Capital การจัดการเชิงกลยุทธ์ของธุรกิจและวิธีการเตรียมตัวนำเสนอ Pitching ต่อนักลงทุน และ IPO Case Study รวมทั้ง Business Matching

ก.ล.ต.สั่ง บล.เอเชีย เวลท์ ระงับดำเนินธุรกิจทุกประเภท!

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) สั่งให้ บล.เอเชีย เวลท์ ระงับการดำเนินธุรกิจทุกประเภท และโอนทรัพย์สินลูกค้าไปยังผู้ประกอบการรายอื่น เนื่องจากไม่สามารถดำรงเงินกองทุนได้ตามกฎหมายกำหนด ก.ล.ต.ระบุว่า บล.เอเชีย เวลท์ ไม่สามารถดำรงเงินกองทุนสภาพคล่องสุทธิ (Net Capital: NC)

ได้ตามที่กฎหมายกำหนด โดยมีเงินกองทุนต่ำกว่า 0 ติดต่อกันเกิน 5 วันทำการ นับตั้งแต่วันที่ 14 พ.ย.65 ซึ่งตามประกาศสำนักงาน ก.ล.ต. ที่ สธ. 64/2563 เรื่อง การคำนวณและการรายงานการคำนวณเงินกองทุนของผู้ประกอบธุรกิจและข้อกำหนดในกรณีที่ไม่สามารถดำรงเงินกองทุนได้

บล.เอเชีย เวลท์ ต้องดำเนินการตามที่กำหนดในประกาศ ดังนี้

(1) ระงับการดำเนินธุรกิจทุกประเภทจนกว่าจะสามารถดำรงเงินกองทุนได้และได้รับอนุญาตจาก ก.ล.ต. ให้ดำเนินธุรกิจได้ตามปกติ เว้นแต่เข้ากรณียกเว้นตามที่ประกาศกำหนด เช่น เป็นการทำธุรกรรมป้องกันความเสี่ยงโดยรวมในเงินลงทุนของบริษัทหรือการดำเนินการตามภาระผูกพันที่ค้างอยู่ หรือการดำเนินการตามความจำเป็นและสมควรเพื่อป้องกันมิให้มูลค่าทรัพย์สินของลูกค้าได้รับความเสียหาย เช่น การล้างฐานะสัญญาซื้อขายล่วงหน้าตามคำสั่งของลูกค้า หรือเพื่อเปลี่ยนตราสารที่ครบกำหนดไถ่ถอนกับผู้ออกตราสารดังกล่าว เป็นต้น

(2) ล้างฐานะสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่มีไว้เพื่อตนเอง เว้นแต่เป็นกรณีที่มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ป้องกันความเสี่ยง

(3) โอนทรัพย์สินของลูกค้าในบัญชีเงินสดไปยังผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์อื่นเพื่อการเก็บรักษาทรัพย์สินของลูกค้า และโอนทรัพย์สินและฐานะสัญญาซื้อขายล่วงหน้าของลูกค้าไปยังผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้ารายอื่นตามที่ลูกค้าแจ้งความประสงค์ไว้ ให้แล้วเสร็จภายใน 10 วันทำการ นับตั้งแต่วันที่ 21 พฤศจิกายน 2565

(4) แจ้งให้ลูกค้าทราบเป็นลายลักษณ์อักษรถึงการดำเนินการที่เกี่ยวข้องข้างต้นโดยไม่ชักช้า หากมีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นจากการดำเนินการตามข้อ (3) ให้บริษัทเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายนั้น

ทั้งนี้ ก.ล.ต. ให้ความสำคัญในการติดตามฐานะการเงินและสภาพคล่องของผู้ประกอบธุรกิจ เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ประกอบธุรกิจได้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด

ทรู-ดีแทค ร่วมมือ กระทุ้ง กสทช.สร้างสมดุลอำนาจ

ทรู ดีแทค

วันนี้ 18 ตุลาคม 2565 บริษัทโทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค ได้ออกแถลงการณ์ระบุ ดีแทคและบริษัททรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการควบรวมกิจการระหว่างกันเพื่อตั้งบริษัทเทคโนโลยีใหม่ หลังประกาศดีลธุรกิจดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 22 พฤศจิกายน 2564 นั้น มีเจตนารมณ์หลักของการรวม

ธุรกิจคือการยกระดับและเพิ่มขีดความสามารถของโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลแบบก้าวกระโดด เพื่อแข่งขันในอาเซียนและภูมิภาคอื่น ทรูและดีแทคจึงขอให้คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช.พิจารณาความได้สัดส่วนระหว่างการคุ้มครองผู้บริโภคกับการพัฒนากิจการ

โทรคมนาคมตามหลักสากล รวมถึงให้ดีแทคและทรูมีส่วนร่วมกับ กสทช. ในขั้นตอนการควบรวมกิจการ เพื่อให้มั่นใจว่าการควบรวมจะเกิดประโยชน์สูงสุด และยืนยันการควบรวมจะอยู่ภายใต้หลักการ 5 ข้อ ได้แก่ 1.การเป็นบริษัทเทเลคอม-เทคโนโลยี ที่จะให้บริการเป็นเลิศด้านดาต้า โดยจากการสำรวจของ Cable.co.uk พบค่าบริการใช้งานดาต้า

1GB ของไทย มีราคาถูกที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แม้ว่าจะมีต้นทุนคลื่นความถี่ สูงที่สุดในโลกก็ตาม 2.การมอบประสบการณ์เครือข่ายชั้นนำเพื่อคนไทย ทั้ง 5G และ 4G 3.การให้บริการดิจิทัลล่าสุดได้ก่อนใคร เช่น Virtual Reality (VR), Augmented Reality (AR) และ Metaverse 4. การใช้เทคโนโลยีชั้นนำมาช่วยผลักดันธุรกิจเอสเอ็มอี โดยบริษัท

ที่เกิดจากการควบรวมใหม่ พร้อมพันธมิตรจะระดมทุน 200 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 7,300 ล้านบาท จัดตั้งกองทุนสนับสนุนสตาร์ตอัพ 5.จะรักษามาตรฐานสูงสุดในการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ